374956
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
4585
0
4585
365363
21683
30405
374956

Your IP: 54.198.224.121
Server Time: 2014-04-24 15:10:38

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวาล์ว

ในงานอุตสาหกรรมปัจจุบัน วาล์ว” มีบทบาทสำคัญมาก จึงเป็นเหตุผลที่จะต้องศึกษาเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานด้านซ่อมบำรุง
ชนิดของ วาล์ว
มี 4 ชนิดใหญ่ๆ คือ
1.     วาล์ว ตัดตอน (Isolating valves)
2.     วาล์ว ควบคุม (Control valves)
3.     วาล์ว กันกลับ (Check valves)
4.     วาล์ว ควบคุมความดันสูงสุด (Maximum pressure control valves)
1.     วาล์ว ตัดตอน (Isolating valves)
-       ปกติ ปิดสุด หรือ เปิดสุด
-       การใช้งานเพื่อตัดอุปกรณ์ต่างๆ ออกจากระบบ
2.     วาล์ว ควบคุม (Control valves)
-       ปกติ ปิดสุดเปิดบางส่วนเปิดสุด
-       การใช้งานเพื่อปรับหรือควบคุมการไหลของของเหลวหรือก๊าซ
-       การควบคุมนั้น สามารถออกแบบให้ควบคุมได้ทั้ง ความเร็วความดัน,ปริมาณ หรืออุณหภูมิ สุดแล้วแต่จะต้องการ
3.     วาล์ว กันกลับ (Check valves)
-       ปกติ ปิด หรือ เปิด
-       การใช้งาน เพื่อควบคุมทิศทางการไหล ยกตัวอย่าง เช่นเดียวกับรถเดินทางเดียว หรือ one way ไม่อนุญาตให้ไหลย้อนกลับได้
4.     วาล์ว ควบคุมความดันสูงสุด (Maximum pressure control valves)
แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
4.1    Relief valves (รีลิฟ วาล์ว)
      เป็นวาล์วนิรภัยประเภทที่ใช้งานทั้งกับก๊าซและของเหลว โดยจะรักษาควบคุมความดันให้ได้ตามที่ตั้งเอาไว้ เช่น รีลีฟวาล์วของอุปกรณ์ ไฮดรอลิกปั้ม (hydraulic pumping system)

4.2   Safety valves (เซฟตี้ วาล์ว)
เป็นวาล์วนิรภัยที่ใช้กับ ก๊าซหรือไอน้ำเท่านั้น จะเริ่มเปิดเมื่อถึงความดันที่ตั้งไว้ และจะเปิดเต็มที่เมื่อความดันสูงกว่าที่ตั้งไว้ 3จากนั้น เมื่อความดันลดลงมาต่ำกว่า 3 จึงจะปิด
ยกตัวอย่างเช่น
ตั้งค่าไว้                                          2,000  psig
Safety valve จะเติมที่ที่                    2,060 psig (+3%)
จะไม่ยอมปิดจนกว่าจะลดความดันเหลือ     1,940 psig (-3%)
 
หมายเหตุ  
-         ตามกฎหมาย โรงงานที่มีหม้อน้ำ (boiler) หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับความดัน จะต้องติดตั้งชุด safety valve
-         ซึ่งจะมีการอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ภายหลัง

การออกแบบ วาล์ว (valve design)
      โดยทั่วไปชื่อที่ใช้เรียกชิ้นส่วนของ วาล์ว นั้นเหมือนกัน เพราะเวลาใช้งานทำหน้าที่เหมือนกัน จะแตกต่างกันไปก็เฉพาะรูปร่างหน้าตาขนาดวัสดุที่ใช้ลักษณะงานความดันที่ทนได้อุณหภูมิที่ทนได้เท่านั้น โดยทั่วไปแล้วส่วนสำคัญของ วาล์ว คือ หน้า วาล์ว อันได้แก่ ดิสค์ (disc valveและ ซีท (seat valveนอกจากนั้นชิ้นส่วนอื่นๆ จะออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้งานนั้นๆ

การกำหนดขนาดของวาล์ว
       โดยปกติเรียกตามขนาดของ pipe หรือ tube เช่น 2 pipe = 2” valve

ชนิดของปลายวาล์วที่ใช้เชื่อมต่อกับท่อ
1.     เป็นแบบเกลียวท่อ (screw pipe thread)
2.     เป็นแบบชนเชื่อม (butt-weld)
3.     เป็นแบบสวมเชื่อม (socket weld)
4.     เป็นแบบหน้าแปลน (flange)
เป็นแบบสวมอัด (swaged) 

ในการออกแบบหรือติดตั้ง จะต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ เพื่อความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานให้นานที่สุด
1.     ความดัน (pressure) : ได้แก่ ความหนาการออกแบบ seat, การออกแบบ actuator
2.     อุณหภูมิ (temperature) : ได้แก่ โลหะการออกแบบ seat, เลือกชนิดpacking การยืด หด ขยายตัว
3.     ปริมาณ (volume) : ได้แก่ จะให้สามารถต้านการไหลเท่าไรลักษณะการไหลเป็นแบบใด (flow pattern), การออกแบบ actuator
4.     การควบคุม (control) : ได้แก่ ออกแบบ seat, ออกแบบ stem,ออกแบบ actuator
5.     ชนิดของของไหล (type of fluid) : ได้แก่ น้ำน้ำมันแก๊ส ไอน้ำ(water, oil, gas, steam)
6.     สารเจือปน (purity of fluid) : ได้แก่ เรื่องสารที่เป็นของแข็งในของไหลที่จะผ่าน วาล์ว ทำให้เกิดการสึกกร่อนได้
7.     ความเป็นรกรดด่าง (pH) : ได้แก่ การออกแบบให้ทนต่อการกัดกร่อนของสารเคมี
8.     การต้านทานการไหล (flow restrictions) : ได้แก่ การออกแบบ วาล์ว ให้มีประสิทธิภาพ

ชื่อชิ้นส่วนหลักของ วาล์ว (Part of valve)
-         seat valve (ซีต วาล์ว)
-         disc valve (ดิสค์ วาล์ว หรือ seal (ซีล))
-         steam valve (สเต็ม วาล์ว หรือ กาน วาล์ว)
-         nut stem & power nut (นัต สเต็ม และ เพาเวอร์ นัต)
-         body (บอดี้)
-         bonnet (บอนเนต)
-         yoke (โยค)
-         spring (สปริง)
-         actuator (แอคจูเอเตอร์)
 


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------